Monday, June 28, 2010

Supersonic Green Machine

  นั่งอ่านเวบ NASA ไปเจอรูปเครื่องบินแบบใหม่ ที่ยังเป็น model อยู่ สวยดีครับ ก็เลยนำมาเก็บไว้ดูเล่น โดยเครื่องบินลำนี้จะถูกออกแบบมาให้ใช้กับความเร็วเหนือเสียง (supersonic Flight) ออกแบบโดย Lockheed Martin Corporation ถ้าจำไม่ผิดเป็นเจ้าเดียวกันกับเครื่อง F16 ที่เรารู้จักกันดีนี่หล่ะครับ เห็นว่าแบบที่ทำมาดูนี่ ได้ตั้งงบประมาณในการศึกษาวิจัยเรียบร้อยแล้ว ถ้าการศึกษาและสร้างเครื่องบิน เป็นไปด้วยดีเราคงได้เห็นได้ใช้เครื่องรุ่นนี้ในปี 2030-2035 โน่นครับ

supersonic cruise concept

Photo from www.nasa.gov

ถ้าสนใจนำไปทำวอลล์เปเปอร์คลิ๊กที่นี่

Tuesday, June 22, 2010

World on Now

 
  ทุกวันนี้เคยสังเกตกันไหมครับว่า โลกของเราเกิดความปั่นป่วน วุ่นวายกันมากๆ เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเราควรให้ความสนใจมากหน่อย ก็น่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก จากการติดตามข่าวช่วงนี้ คุณก็จะพบว่า หลายประเทศเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน เช่น ตอนใต้ประเทศจีนเกิดน้ำท่วม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 175 คน สูญหาย 107 คน ต้องอพยพประชากรออกจากพื้นที่กว่า 1.7 ล้านคน ก่อนหน้านี้ก็เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่ประเทศฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิต 19 คน ที่ประเทศบราซิล เกิดอุบัติเหตุโคลนถล่ม มีผู้เสียชีวิต 31 คน

image

image

  ในขณะที่ประเทศไทยของเราเองกลับเกิดภาวะภัยแล้งขึ้น ไม่มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม ถึงขนาดที่ต้องเลื่อนฤดูทำนาออกไป และก็ยังมีผลกระทบไปถึง การผลิตไฟฟ้าของประเทศเราด้วย หากว่ายังแล้งอย่างนี้ไปอีกสักพักเราก็จะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะผลิตไฟฟ้าได้ เหมือนกับที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งก็แล้วน้ำเหมือนกัน ทำให้มีเหตุการที่เกษตรกรจับตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่ตัดไฟ ทำให้สูบน้ำเพื่อนำไปทำการเกษตรได้

  ระวังสักวันเราอาจจะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้

Wednesday, June 16, 2010

Milestones in Photography

  เมื่อคืนนอนดูทีวีไทย ประมาณ 5 ทุ่ม เพิ่งรู้ว่ามีรายการของ National Geographic ด้วย และเป็นตอนที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายรูป ชื่อตอน Photographers มีเนื้อหาเกี่ยวกับการถ่ายรูปลงปกนิตยสารชื่อดังอย่าง NG นี่หล่ะครับ มีการกล่าวถึงการได้มาซึ่งรูปภาพต่างๆ ซึ่งหลายๆ รูปที่นำมาเสนอในตอนส่วนใหญ่ก็จะเป็น รูปที่เราค่อนข้างคุ้นเคย และผ่านตามาบ้าง แล้วไม่มากก็น้อย และผมก็เคยชอบการถ่ายภาพ ทำให้นั่งนอนดูด้วยความสนใจ และได้ทราบถึงการบวนการในการถ่ายภาพว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ของการที่จะได้มาซึ่งภาพที่ดีคือความอดทน
  วันนี้จึงไปนั่งค้นหาข้อมูลภาพถ่ายจากเวบของ national geographic ก็เลยในเจอกับหัวข้อเรื่อง Milestones in Photography เช่นเดียวกับหัวข้อเรื่องนี่หล่ะครับ ทำให้ได้เห็นถึงภาพถ่ายภาพแรกที่เกิดขึ้น และอีกหลายๆ ภาพทีเกิดตามมาตามลำดับ หากสนใจที่จะตามไปดูก็ คลิ๊กที่นี่ ได้เลยครับ
   ลองมาดูกันครับว่าภาพถ่ายเก่าๆ เป็นอย่างไรบ้าง ผมดึงมาแค่บางภาพครับ
All picture from www.nationalgeographic.com

World's First Photograph

Photograph by Joseph Nicéphore Niépce
ภาพถ่ายภาพแรกของโลก ถูกบันทึกด้วยกล้องรูเข็ม (camera obscura) เมื่อปี 1826 (พ.ศ. 2369) ที่ประเทศฝรั่งเศษ
image

First Color Photograph

Photograph by James Clerk Maxwell
ภาพถ่ายสีภาพแรกของโลก ปี 1861 (พ.ศ. 2404) บันทึกภาพริบบิ้นผ้าลายสก็อต โดยต้องถ่ายภาพทั้งหมด 3 ครั้ง ผ่านฟิลเตอร์ สีแดง น้ำเงิน และ เหลือง จากนั้นนำมารวมกันให้เป็น หนึ่งเดียวได้เป็นภาพตามที่เห็นนี่หล่ะครับ
image

Oldest Known Photograph of a Tornado

Photograph courtesy NOAA
ภาพของทอนาโด ที่เข้าใจกันว่าน่าจะเป็นภาพทอนาโดที่เก่าที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นภาพแรกที่บันทึกได้ ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อ August 28, 1884, about 22 miles (45 kilometers) southwest of Howard, South Dakota. (ขออภัยขี้เกียจแปล)
image

First Photo of the North Pole

Photograph by Admiral Robert E. Peary
image

"Afghan Girl" Photo

Photograph by Steve McCurry
คงมีน้อยคนที่ไม่เคยเห็นรูปนี้แน่เลยครับ ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อปี เดือนธันวาคม 1984  จาก แคมป์ผู้อพยพชาวอาฟกานิส ที่ประเทศ ปากีสถาน แต่ได้นำขึ้นปกNG เมื่อปี 1985 หรืออีก 1 ต่อมานั่นเองครับ
image

Saturday, June 12, 2010

Who Move My Cheese? – The book I Read

image

  เพิ่งได้มีโอกาสอ่านหลังสือ เรื่อง Who Move My Cheese? หรือในชื่อภาษาไทยว่า ใครเอาเนยแข็งของฉันไป โดย สเปนเซอร์ จอร์นสัน ให้ข้อคิดต่างๆ ได้ดีทีเดียวครับ

  ในเนื้อเรื่องได้มีการกล่าวอ้างถึงกลุ่มเพื่อนที่ได้มีโอกาสกลับมาพบกันในงานเลี้ยงรุ่น และมีได้คนๆหนึ่งได้เล่านิทานให้เพื่อนฟัง ซึ่งนิทานเรื่องนี้ได้ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น

image

  ในนิทาน กล่าวถึง สิ่งมีชีวิตเล็กๆ 4 ตน ที่ได้วิ่งไปตามเขาวงกตเพื่อตามหาเนยแข็ง ซึ่งจะทำให้ตัวเองมีความสุข(เปรียบเหมือนความมุ่งหวังในชีวิต) สิ่งมีชีวิต 2 ตัว เป็น หนู คือ สนิฟและสเคอรี่ มีการใช้สมองที่ไม่ซับซ้อน แต่มีสัญชาตญานสูง มีความสามารถในการเอาตัวรอด อีก 2 เป็นคนตัวเล็กขนาดเท่าหนู คือ เฮมและฮอ มีความสามารถในการใช้สมองเหมือนกับมนุษย์ มีความคิดที่ซับซ้อน หากจะว่าไปเรื่องนี้เปรียบเทียบการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ โดยสรุปได้ง่ายๆ คือ หากคนเราสามารถที่จะทำลายกำแพงความกลัวในจิตใจของตัวเองลงได้แล้ว ก็จะทำให้เรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ได้ และจะสามารถค้นพบความมุ่งหวังในชีวิต และเตรียมพร้อมที่จะพบกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดรวด หรืออาจจะกล่าวได้ว่า สามารถที่จะวางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ โดยที่ในเรื่อง ได้ให้ ฮอ เป็นตัวแทนของผู้ที่สามารถความกลัวในจิตใจของตัวเองได้ และพบกับความสำเร็จได้ในที่สุด ในขณะที่ เฮม ที่เป็นคนตัวเล็กเหมือนกัน กลับที่จะไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง และไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย

  ผมแนะนำให้ลองหาอ่านดูครับ เป็นหนังสือที่กำลังได้พอสมควรเลยที่เดียวครับ ถามมิสเตอร์กูเกิลก็ได้ครับ เห็นมีหลายเวบที่ลงเรื่องทั้งเรื่องไว้เลยครับ